
สรุปภาพรวม

Bitcoin (BTC) ทำสถิติการเพิ่มมูลค่ารายสัปดาห์สูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยเพิ่มขึ้น $14,264 ภายในสัปดาห์เดียว ปิดที่ราคา $77,387 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 22.7% ภายใน 7 วันเท่านั้น การฟื้นตัวนี้ถูกกระตุ้นโดยการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขยายโปรแกรมการซื้อคืน ซึ่งทำให้นักลงทุนเปลี่ยนจากความเฉื่อยชาเป็นความกลัวว่าจะพลาดโอกาส (FOMO)。
ดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโต (Crypto Fear & Greed Index) อยู่ที่ 78 ซึ่งอยู่ในระดับ “ความโลภสุดขีด” และเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ตามข้อมูลจาก Crypto Whale Data。
ความรู้สึกที่ดีขึ้นนี้ยังสะท้อนให้เห็นในกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ของบิทคอยน์ในสหรัฐฯ ตามข้อมูลจาก SoSoValue ในสัปดาห์การซื้อขายที่สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม กองทุน ETF บิทคอยน์แบบสปอตรายงานการไหลเข้าของเงินทุนสุทธิรวม $1.92 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงขาขึ้นของตลาดคริปโตในเดือนตุลาคม 2025。
Matt Cole ประธานและซีอีโอของ Strive กล่าวว่า การแสดงผลของบิทคอยน์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำ แสดงให้เห็นว่า “วงจรการเติบโตของบิทคอยน์ครั้งต่อไปจะเป็นวงจรที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราเคยเห็นมา”。
เขาเสริมว่า “การเพิ่มขึ้นของความต้องการทรัพย์สินที่หายากในโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์จากเทคโนโลยี AI ทั้งหมดนี้ชี้ไปยังแรงกระตุ้นโครงสร้างที่ทรงพลังสำหรับทรัพย์สินที่หายาก” แรงกระตุ้นนี้จะผลักดันให้มีการไหลเข้าของทุนและสภาพคล่องมากขึ้นสู่ทรัพย์สินทางการเงินที่หายาก เช่น ทองคำ เงิน และบิทคอยน์。
อัตราส่วนระหว่างบิทคอยน์กับทองคำ (Bitcoin-to-Gold Ratio) ปัจจุบันอยู่ที่ 16.73 ออนซ์ของทองคำต่อบิทคอยน์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ตามข้อมูลจาก Longtermtrends。
“สิ่งที่ทำให้สัปดาห์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ บิทคอยน์ได้พุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับทั้งดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำ การพุ่งขึ้นนี้เป็นไปอย่างรุนแรง” Cole กล่าว “การแสดงผลที่ดีขึ้นภายในการซื้อขายจะช่วยกำหนดว่าทุนและสภาพคล่องเพิ่มเติมจะไหลเข้าสู่ที่ไหน เมื่อบิทคอยน์เป็นม้าที่วิ่งเร็วที่สุด มันจะดึงดูดส่วนแบ่งของทุนที่มากกว่า”
ซีอีโอของ Strive กล่าวว่า แรงกระตุ้นโครงสร้างเหล่านี้ทำให้เขาเชื่อมั่นในบิทคอยน์มากขึ้นกว่าที่เคย แม้ว่าจะมีโอกาสที่จะมีการปรับตัวลงในระยะสั้น แต่ผู้ซื้อจะเข้ามาซื้อเมื่อราคาลดลงอย่างรวดเร็ว。
นักวิเคราะห์รายอื่นๆ ก็คาดว่า โมเมนตัมขาขึ้นในปัจจุบันจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น。
“การฟื้นตัวจะดำเนินต่อไปในระยะสั้น ได้รับแรงหนุนจากการไหลเข้าของ ETF ที่เพิ่มขึ้นใหม่ และสภาพคล่องที่ดีขึ้นในระดับมหภาค” Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research กล่าว “ด้วยความเป็นไปได้ที่กฎหมาย CLARITY Act จะก้าวหน้าในเดือนกันยายน ความมั่นใจของสถาบันอาจเพิ่มขึ้นมากขึ้น แต่อาจมีการปรับตัวลงในระยะกลาง”
ภาวะตลาดและความรู้สึกของนักลงทุน

ภาวะตลาดและความรู้สึกของนักลงทุนในตลาดคริปโตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) อยู่ที่ระดับ 78 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้กับ “ความโลภสุดขั้ว” และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 นักลงทุนเริ่มแสดงความตื่นเต้นและเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น
การฟื้นตัวของราคาบิทคอยน์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้น 22.7% หรือ 14,264 ดอลลาร์ ทำให้ราคาปิดสัปดาห์ที่ 77,387 ดอลลาร์ ได้รับแรงหนุนจากประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขยายโปรแกรมการซื้อคืน ทำให้ภาวะตลาดเปลี่ยนจากความเฉื่อยชาเป็น “กลัวพลาด” (FOMO) อย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกของนักลงทุนยังสะท้อนผ่านการไหลเข้าของเงินลงทุนในกองทุน ETF บิทคอยน์ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์การซื้อขายที่สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 1.92 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงขาขึ้นของตลาดคริปโตในเดือนตุลาคม 2025 ตามข้อมูลของ SoSoValue
แมตต์ โคล ประธานและซีอีโอของ Strive ได้แสดงความเห็นว่า การที่บิทคอยน์สามารถทำผลงานได้ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ บ่งชี้ว่า “วงจรการเติบโตของบิทคอยน์ครั้งต่อไปจะเป็นวงจรที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราเคยเห็น” เขากล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของความต้องการทรัพย์สินที่มีความขาดแคลนในโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์จาก AI ทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนโครงสร้างที่ทรงพลังสำหรับทรัพย์สินที่ขาดแคลน”
โคลเสริมว่า แรงขับเคลื่อนเหล่านี้ทำให้เขามีความเชื่อมั่นในบิทคอยน์มากขึ้นกว่าที่เคย และแม้ว่าจะมีการปรับฐานในระยะสั้น แต่นักลงทุนจะเข้ามาซื้อเมื่อราคาลดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์อื่น ๆ ก็คาดว่าการฟื้นตัวในระยะสั้นจะยังคงดำเนินต่อไป ได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่ไหลเข้า ETF ใหม่ ๆ และสภาพคล่องที่ดีขึ้นในระดับมหภาค โดมินิก จอห์น นักวิเคราะห์ของ Zeus Research กล่าวว่า “การฟื้นตัวจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น ได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่ไหลเข้า ETF ใหม่ ๆ และสภาพคล่องที่ดีขึ้น” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “หากกฎหมาย CLARITY Act ได้รับการอนุมัติในเดือนกันยายน ความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินอาจเพิ่มขึ้นอีก”
การไหลเข้าของ ETF

การไหลเข้าของ ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดคริปโต โดยในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2026 กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin มีการไหลเข้าสุทธิรวม $1.92 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงขาขึ้นของตลาดคริปโตในเดือนตุลาคม 2025 ตามข้อมูลจาก SoSoValue นี่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันมีความสนใจและเชื่อมั่นใน Bitcoin มากขึ้น
การไหลเข้าของเงินลงทุนใน ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ตามที่ Matt Cole ประธานและซีอีโอของ Strive กล่าวว่า การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจและมีความต้องการสูงในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ตามที่ Matt Cole ประธานและซีอีโอของ Strive กล่าวว่า การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจและมีความต้องการสูงในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
การไหลเข้าของเงินลงทุนใน ETF ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการประกาศขยายโครงการซื้อคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเริ่มมีความสนใจและเชื่อมั่นใน Bitcoin มากขึ้น ตามที่ Matt Cole กล่าวว่า การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจและมีความต้องการสูงในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ตามที่ Matt Cole ประธานและซีอีโอของ Strive กล่าวว่า การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจและมีความต้องการสูงในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
การไหลเข้าของเงินลงทุนใน ETF ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการประกาศขยายโครงการซื้อคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเริ่มมีความสนใจและเชื่อมั่นใน Bitcoin มากขึ้น ตามที่ Matt Cole กล่าวว่า การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจและมีความต้องการสูงในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
การไหลเข้าของเงินลงทุนใน ETF ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในภาวะตลาดที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการประกาศขยายโครงการซื้อคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเริ่มมีความสนใจและเชื่อมั่นใน Bitcoin มากขึ้น ตามที่ Matt Cole กล่าวว่า การที่ Bitcoin สามารถทำผลงานที่ดีกว่าทั้งดอลลาร์และทองคำ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจและมีความต้องการสูงในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
มุมมองของ CEO Strive

Matt Cole ประธานและ CEO ของ Strive มองว่า Bitcoin จะเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในวัฏจักรนี้ โดยเขาระบุว่าการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bitcoin กับดอลลาร์สหรัฐและทองคำแสดงให้เห็นว่า “วัฏจักรถัดไปของ Bitcoin จะเป็นวัฏจักรที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราเคยเห็น” เขาอธิบายว่าการเพิ่มขึ้นของความต้องการสินทรัพย์ที่หายากในโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์จาก AI จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญสำหรับสินทรัพย์ที่หายาก เช่น ทองคำ เงิน และ Bitcoin
“การเพิ่มขึ้นของความต้องการสินทรัพย์ที่หายากในโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์จาก AI จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญสำหรับสินทรัพย์ที่หายาก” Cole กล่าว พร้อมเสริมว่า “การแข่งขันเพื่อหาสินทรัพย์ที่หายากนี้จะทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่หายาก เช่น ทองคำ เงิน และ Bitcoin มากขึ้น”
ตามข้อมูลจาก Longtermtrends ณ ขณะนี้ อัตราส่วนระหว่าง Bitcoin กับทองคำอยู่ที่ 16.73 ออนซ์ของทองคำต่อ Bitcoin ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 Cole ยังระบุว่า “สิ่งที่ทำให้สัปดาห์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Bitcoin ได้ผ่านจุดตัดทั้งกับดอลลาร์สหรัฐและทองคำ การผ่านจุดตัดนี้เป็นไปอย่างรุนแรง”
“ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการซื้อขายจะช่วยกำหนดว่าเงินทุนและสภาพคล่องจะไหลไปที่ใด เมื่อ Bitcoin เป็นม้าที่วิ่งเร็วที่สุด มันจะดึงดูดส่วนแบ่งของเงินทุนที่มากกว่า” Cole กล่าวต่อ เขายังเสริมว่า “แรงผลักดันโครงสร้างเหล่านี้ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นใน Bitcoin มากขึ้นกว่าที่เคย มีโอกาสที่จะมีการปรับตัวลงในระยะสั้น แต่ผู้ซื้อจะเข้ามาซื้อในช่วงที่ราคาลดลงอย่างรวดเร็ว”
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์รายอื่นๆ ก็คาดการณ์ว่าการฟื้นตัวในช่วงนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น “การฟื้นตัวจะดำเนินต่อไปในระยะสั้น ขับเคลื่อนโดยการไหลเข้าของ ETF ที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงสภาพคล่องในระดับมหภาค” Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research กล่าว “ด้วยการที่ CLARITY Act อาจมีการก้าวหน้าในเดือนกันยายน ความมั่นใจของสถาบันอาจเพิ่มขึ้นมากขึ้น แต่ยังมีการปรับตัวลงในระยะกลางที่ต้องติดตาม”
มุมมองในอนาคต
มุมมองในอนาคตของ Bitcoin ยังคงเป็นที่สนใจของนักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะหลังจากที่ Bitcoin ทำสถิติการเพิ่มขึ้นทางดอลลาร์สูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยการเพิ่มขึ้น 14,264 ดอลลาร์ หรือ 22.7% ในหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ราคาปิดสัปดาห์ที่ 77,387 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Animalverse และ SoSoValue。
การฟื้นตัวของ Bitcoin ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขยายโปรแกรมการซื้อคืน ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเปลี่ยนจากความเฉื่อยชาเป็นความกลัวว่าจะพลาดโอกาส (FOMO) ดัชนีความกลัวและความโลภในคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Fear & Greed Index) อยู่ที่ 78 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับ “ความโลภสุดขีด” และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024
นอกจากนี้ การไหลเข้าของกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในสหรัฐฯ ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี ในสัปดาห์การซื้อขายที่สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin แบบ Spot รายงานการไหลเข้าสุทธิรวม 1.92 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงขาขึ้นของ Bitcoin ในเดือนตุลาคม 2025
ด้าน Matt Cole ประธานและซีอีโอของ Strive มองว่าการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bitcoin กับดอลลาร์และทองคำ ชี้ให้เห็นว่ารอบการเติบโตของ Bitcoin ครั้งต่อไป “จะเป็นรอบที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราเคยเห็น” ตามที่ Cole เขียนไว้ว่า “การตามหาทรัพยากรที่หายากในโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์จาก AI ทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นถึงแรงผลักดันเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งสำหรับทรัพย์สินที่หายาก” ซึ่งจะทำให้มีทุนไหลเข้าสู่ทรัพย์สินที่หายาก เช่น ทองคำ เงิน และ Bitcoin
ปัจจุบัน อัตราส่วนของ Bitcoin ต่อทองคำอยู่ที่ 16.73 ออนซ์ของทองคำต่อ Bitcoin ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ตามข้อมูลจาก Longtermtrends ซึ่ง Cole กล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้สัปดาห์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Bitcoin ได้ทำลายกรอบราคาทั้งต่อเทียบกับดอลลาร์และทองคำ การทำลายกรอบราคาเหล่านี้ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว” ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของ Bitcoin ในการซื้อขายจะช่วยกำหนดทิศทางการไหลของทุนและสภาพคล่อง เมื่อ Bitcoin เป็น “ม้าที่วิ่งเร็วที่สุด” มันจะดึงดูดทุนส่วนใหญ่
ด้วยเหตุนี้ Cole จึงมองว่าเขามีความเชื่อมั่นใน Bitcoin มากกว่าที่เคย โดยคาดว่าจะมีการปรับตัวลงในระยะสั้น แต่นักลงทุนจะเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์รายอื่นๆ ก็มองว่าการฟื้นตัวของ Bitcoin จะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น โดย Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research กล่าวว่า “การฟื้นตัวจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น ได้รับแรงหนุนจากการไหลเข้าของ ETF ที่เพิ่มขึ้นและสภาพคล่องที่ดีขึ้น” นอกจากนี้ การที่กฎหมาย CLARITY Act อาจได้รับการอนุมัติในเดือนกันยายน ยังจะช่วยเพิ่มความมั่นใจของนักลงทุนสถาบันอีกด้วย
FAQ เนื้อหาของบทความ
ส่วนนี้คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข่าวและประเด็นสำคัญในบทความนี้
Bitcoin ทำสถิติการเพิ่มมูลค่ารายสัปดาห์สูงสุดในประวัติศาสตร์ได้อย่างไร?
Bitcoin ทำสถิติการเพิ่มมูลค่ารายสัปดาห์สูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยเพิ่มขึ้น $14,264 ภายในสัปดาห์เดียว ปิดที่ราคา $77,387 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 22.7% ภายใน 7 วันเท่านั้น การฟื้นตัวนี้ถูกกระตุ้นโดยการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขยายโปรแกรมการซื้อคืน
ภาวะตลาดและความรู้สึกของนักลงทุนในตลาดคริปโตเป็นอย่างไร?
ภาวะตลาดและความรู้สึกของนักลงทุนในตลาดคริปโตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) อยู่ที่ระดับ 78 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้กับ “ความโลภสุดขั้ว” และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 นักลงทุนเริ่มแสดงความตื่นเต้นและเข้ามาลงทุนมากขึ้น
การไหลเข้าของ ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?
การไหลเข้าของ ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดคริปโต โดยในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2026 กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin มีการไหลเข้าสุทธิรวม $1.92 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงขาขึ้นของตลาดคริปโตในเดือนตุลาคม 2025
Matt Cole ประธานและ CEO ของ Strive มีมุมมองอย่างไรต่อ Bitcoin?
Matt Cole ประธานและ CEO ของ Strive มองว่า Bitcoin จะเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในวัฏจักรนี้ โดยเขาระบุว่าการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Bitcoin กับดอลลาร์สหรัฐและทองคำแสดงให้เห็นว่า “วัฏจักรถัดไปของ Bitcoin จะเป็นวัฏจักรที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราเคยเห็น”
การฟื้นตัวของ Bitcoin จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่?
นักวิเคราะห์รายอื่นๆ ก็มองว่าการฟื้นตัวของ Bitcoin จะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น โดย Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research กล่าวว่า “การฟื้นตัวจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น ได้รับแรงหนุนจากการไหลเข้าของ ETF ที่เพิ่มขึ้นและสภาพคล่องที่ดีขึ้น”
CLARITY Act คืออะไรและมีผลต่อตลาดคริปโตอย่างไร?
CLARITY Act เป็นกฎหมายที่อาจได้รับการอนุมัติในเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจของนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโต โดยกฎหมายนี้จะช่วยให้การกำกับดูแลและการปฏิบัติตามกฎหมายในตลาดคริปโตชัดเจนขึ้น
ทำไมการเพิ่มขึ้นของ Bitcoin ถึงสำคัญต่อตลาดคริปโต?
การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin สำคัญต่อตลาดคริปโตเพราะ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นและอาจกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์คริปโตอื่นๆ ด้วย
การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin อาจมีผลกระทบต่อสินทรัพย์อื่นๆ อย่างไร?
การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin อาจมีผลกระทบต่อสินทรัพย์อื่นๆ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่หายาก เช่น ทองคำและเงิน เนื่องจากนักลงทุนอาจมองหาสินทรัพย์ที่หายากเพื่อการลงทุนในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ทำไมนักลงทุนสถาบันถึงสนใจ Bitcoin มากขึ้น?
นักลงทุนสถาบันสนใจ Bitcoin มากขึ้นเนื่องจากความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย การเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin และการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขยายโปรแกรมการซื้อคืน ทำให้นักลงทุนสถาบันมั่นใจมากขึ้นในการลงทุนใน Bitcoin
การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร?
การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน เช่น การเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ดิจิทัล การเพิ่มความหลากหลายในการลงทุน และการลดความเสี่ยงจากการอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin ยังอาจส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนและการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในภาคธุรกิจ
บทความที่เกี่ยวข้องบน Paykalken
- 1,727 $BTC (133,271,889 USD) ถูกโอนจากกระเป๋าเงินไม่ทราบแหล่งที่มาไปยัง Binance
- Toyota Finance เปิดตัวพันธบัตรโทเค็นมูลค่า 1 พันล้านเยนสำหรับนักลงทุนรายย่อย
- สัดส่วนการถือหุ้นโทเคนเพิ่มสามเท่า นำโดย Ondo, Binance และ xStocks
- 185,327,684 $USDC (185,367,437 USD) ถูกโอนจาก Unknown Whale 1 ไปยัง Aave
- Berkshire Hathaway เพิ่มการลงทุนใน Alphabet 83% สู่ 37.8 พันล้านดอลลาร์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- https://animalverse.social/community/p/40483/
- https://animalverse.social/members/0xd8da6bf26964af9d7eed9e03e53415d37aa96045/
- https://animalverse.social/members/0x9ccedfac178e22717ab196b9fcb284dacec6fca8/
- https://animalverse.social/members/0x1d7a9641dcccfe07c722bede8b3c2221cc19d4ca/
- https://animalverse.social/members/0x2105b08e9be945c6182b31595f0065a8d7a5ae40/
- https://animalverse.social/members/0x5ff81effcf75ab97714fc21b84c9ddfa7456f20f/
- https://animalverse.social/members/0xb3d3799c4704569bfe9496ee83ec129bf858169b/
- https://animalverse.social/members/0x13efc6bab07171d440b226ad32ef867eca400907/
- https://animalverse.social/members/0xa88d106c8ee5d02937fbb2e418722a93994cac8f/
- https://animalverse.social/members/0x571c7fbd85f5478b6feaec59afd40b353b8843bb/
- https://animalverse.social/members/0xb18a19a48e14ca5d8b885d57211ca6bcbea12adb/
- https://animalverse.social/members/0xeebbb66de0a42eb9a1f5ca48fd17eac84754cd66/
- https://animalverse.social/members/0x167f539b4e8f7aa2dcde090317ce8e0bbc789938/
- https://animalverse.social/members/0x377c85e37c50d75591c6a126d7e42511df527167/
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

