
สรุปสถานการณ์

Ethereum และ Base ได้ยุติความร่วมมือในการพัฒนาการจัดการบัญชี (Account Abstraction) ตามข้อเสนอ EIP-8130 และ EIP-8141 ตามที่ Derek Chiang ผู้พัฒนาจาก Ethlabs ได้รายงานไว้ ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่ง Ethereum ให้ความสำคัญกับการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่ Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
การยุติความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างในประเด็นสำคัญ ทั้งในด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งทำให้ไม่สามารถตกลงในมาตรฐานร่วมกันได้ ตามที่ Derek Chiang ได้ชี้แจงไว้
EIP-8130 และ EIP-8141 เป็นข้อเสนอที่มุ่งเน้นในการทำให้กระเป๋าเงินคริปโตมีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการทำธุรกรรมแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (gasless transactions) และการใช้รหัสผ่านแบบใหม่ (passkeys) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้
อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังคงให้ความสำคัญกับการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัยของระบบ โดยเน้นที่การสร้างมาตรฐานที่แข็งแกร่งและมั่นคง ในขณะที่ Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดของระบบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องแยกทางกันในการพัฒนาข้อเสนอของตนเอง
การยุติความร่วมมือนี้อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างมาตรฐานที่เป็นสากล อย่างไรก็ตาม ทั้ง Ethereum และ Base ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาฟีเจอร์ที่จะทำให้การใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
พื้นหลังของ EIP-8130 และ EIP-8141

EIP-8130 และ EIP-8141 เป็นข้อเสนอที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้การใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีง่ายขึ้น รวมถึงการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (Gasless Transactions) และการใช้รหัสผ่าน (Passkeys) ทั้งสองข้อเสนอนี้มีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน แต่การเจรจาเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากความแตกต่างในเป้าหมายของทั้งสองฝ่าย
EIP-8130 เป็นข้อเสนอที่ถูกนำเสนอโดยทีมพัฒนาของ Ethereum มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างและจัดการกระเป๋าเงินคริปโต โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้งาน Smart Contracts ที่สามารถจัดการธุรกรรมโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (Gasless Transactions) นอกจากนี้ EIP-8130 ยังเน้นการเพิ่มความปลอดภัยและต้านทานการเซ็นเซอร์ (Censorship Resistance) ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนของ Ethereum
ในทางตรงกันข้าม EIP-8141 เป็นข้อเสนอที่ถูกนำเสนอโดยทีมพัฒนาของ Base มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายขนาด (Scalability) ของระบบ โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้งานกระเป๋าเงินที่สามารถใช้งานได้ในปริมาณที่มากขึ้นและมีความสะดวกสบายในการใช้งาน รวมถึงการใช้รหัสผ่าน (Passkeys) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงกระเป๋าเงิน
การเจรจาเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันระหว่าง Ethereum และ Base ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากความแตกต่างในเป้าหมายของทั้งสองฝ่าย ทีมพัฒนาของ Ethereum เน้นการเพิ่มความปลอดภัยและต้านทานการเซ็นเซอร์ ในขณะที่ทีมพัฒนาของ Base เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายขนาด ซึ่งทำให้ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะพัฒนาข้อเสนอของตนเองต่อไปโดยไม่รวมกัน
การแยกทางของทั้งสองฝ่ายนี้อาจส่งผลให้เกิดมาตรฐานที่แตกต่างกันในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ทั้ง Ethereum และ Base ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้การใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีง่ายขึ้นและมีความปลอดภัยมากขึ้น
ความสำคัญของ Ethereum

Ethereum ถือเป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลมากที่สุดในวงการคริปโตเคอร์เรนซี ด้วยการเน้นย้ำถึงการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัย Ethereum ได้สร้างระบบที่ไม่สามารถถูกควบคุมหรือเซ็นเซอร์ได้โดยบุคคลหรือองค์กรใดๆ วิสัยทัศน์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบที่เป็นอิสระและเสรีภาพในการทำธุรกรรม
การต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัยเป็นจุดยืนที่สำคัญของ Ethereum ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมได้อย่างอิสระและปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลหรือการทำธุรกรรมของตนจะถูกแทรกแซงหรือบิดเบือน การเน้นย้ำถึงความปลอดภัยนี้ยังช่วยให้ Ethereum สามารถรองรับแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนและมีความปลอดภัยสูง เช่น สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) และ decentralized applications (dApps)
นอกจากนี้ Ethereum ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี โดยเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการสร้างโทเค็น ERC-20 และ NFTs ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการคริปโตเคอร์เรนซี ด้วยการรองรับการสร้างโทเค็นและแอปพลิเคชันที่หลากหลาย Ethereum ได้กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและพัฒนาการในวงการคริปโตเคอร์เรนซี
การเน้นย้ำถึงการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัยยังทำให้ Ethereum ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีและนักพัฒนาทั่วโลก ซึ่งเห็นว่า Ethereum เป็นแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ Ethereum ยังคงเป็นผู้นำในวงการคริปโตเคอร์เรนซีและบล็อกเชน
อย่างไรก็ตาม การเน้นย้ำถึงการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัยยังส่งผลให้ Ethereum ต้องเผชิญกับความท้าทายในการขยายขนาด (scaling) และการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ ดังที่เห็นจากความพยายามในการพัฒนา Ethereum 2.0 ซึ่งมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถในการรองรับการทำธุรกรรมจำนวนมาก โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยและความเป็นอิสระของระบบ
การตัดสินใจของทีมพัฒนา Ethereum และ Base ในการหยุดร่วมมือในการพัฒนาข้อเสนอการปรับปรุงบัญชี (account abstraction proposals) อย่าง EIP-8130 และ EIP-8141 สะท้อนถึงความแตกต่างในการมองว่าความสำคัญของระบบบล็อกเชนควรเน้นย้ำไปที่ด้านใด ขณะที่ Ethereum เน้นย้ำถึงการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัย Base ได้เลือกที่จะเน้นย้ำถึงการขยายขนาดและความสามารถในการปฏิบัติตามข้อกำหนด (compliance) ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องเดินทางต่างหากในการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง
ในท้ายที่สุด Ethereum ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลในวงการคริปโตเคอร์เรนซี โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบที่เป็นอิสระ ปลอดภัย และไม่สามารถถูกควบคุมหรือเซ็นเซอร์ได้ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง Ethereum ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักพัฒนา ผู้ใช้ และนักลงทุนในวงการคริปโตเคอร์เรนซี
ความสำคัญของ Base

Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งเป็นจุดยืนที่เน้นการสร้างระบบที่สามารถรองรับการใช้งานในปริมาณมากและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ความสำคัญนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Base ในการสร้างระบบที่มีความยั่งยืนและสามารถใช้งานได้ในวงกว้าง
การเน้นย้ำในเรื่องของการขยายขนาด (scaling) และการปฏิบัติตามข้อกำหนด (compliance) ของ Base มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ต้องการรองรับการใช้งานในระดับที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรองรับผู้ใช้จำนวนมาก การประมวลผลธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว และการลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่บล็อกเชนหลาย ๆ โครงการยังคงต้องเผชิญอยู่
นอกจากนี้ การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับยังเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้และองค์กรต่าง ๆ ที่อาจสนใจในการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการฟอกเงิน การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลที่กำหนดไว้
การที่ Base เน้นย้ำในเรื่องเหล่านี้ ทำให้โครงการนี้แตกต่างจาก Ethereum ซึ่งเน้นย้ำในเรื่องของการต้านการเซ็นเซอร์ (censorship resistance) และความปลอดภัย (security) มากกว่า ซึ่งเป็นจุดยืนที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความต้องการของแต่ละโครงการ
การที่ Ethereum และ Base ตัดสินใจที่จะดำเนินการตามแนวทางของตนเอง หลังจากที่มีการเจรจาเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันในการพัฒนาการสร้างบัญชีแบบนามธรรม (account abstraction) นั้น แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในเป้าหมายและความสำคัญที่แต่ละโครงการให้ความสำคัญ ซึ่งการสร้างบัญชีแบบนามธรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้การใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลสะดวกขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการทำธุรกรรมแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (gasless transactions) และการใช้รหัสผ่านแบบใหม่ (passkeys)
ในทางปฏิบัติ การที่ Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ทำให้โครงการนี้มีศักยภาพในการรองรับการใช้งานในระดับที่กว้างขึ้น รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้และองค์กรต่าง ๆ ที่อาจต้องการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในทางธุรกิจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ Base สามารถเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
การยุติความร่วมมือระหว่าง Ethereum และ Base ในการพัฒนาข้อเสนอการจัดการบัญชี (EIP-8130 และ EIP-8141) อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีบัญชีการจัดการในอนาคตอย่างมาก ตามที่ Derek Chiang นักพัฒนาจาก Ethlabs ได้เปิดเผย ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้การเจรจาเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันไม่เป็นผล
Ethereum ยังคงเน้นย้ำถึงความต้านทานการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่ Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย การแยกทางนี้อาจทำให้เกิดมาตรฐานที่แตกต่างกันในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้ต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการยุติความร่วมมือนี้ มีดังนี้:
- การพัฒนาที่แตกต่างกัน: ทั้ง Ethereum และ Base จะต้องพัฒนาข้อเสนอของตนเองต่อไป โดยมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดเทคโนโลยีที่แตกต่างกันและไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้
- ความซับซ้อนในการใช้งาน: หากมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ผู้ใช้อาจต้องเรียนรู้และปรับตัวกับเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนในการใช้งาน
- การแข่งขันในตลาด: การแยกทางนี้อาจทำให้เกิดการแข่งขันระหว่าง Ethereum และ Base ในตลาดเทคโนโลยีบัญชีการจัดการ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่รวดเร็วและนวัตกรรมใหม่ๆ
- ผลกระทบต่อผู้พัฒนา: ผู้พัฒนาอาจต้องเลือกว่าจะพัฒนาบนแพลตฟอร์มใด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของผู้พัฒนาในแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง
- ผลกระทบต่อผู้ใช้: ผู้ใช้อาจต้องเลือกว่าจะใช้เทคโนโลยีของ Ethereum หรือ Base ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการแบ่งแยกผู้ใช้ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในอนาคต หากมีความต้องการที่จะสร้างมาตรฐานร่วมกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ในระยะยาว
FAQ เนื้อหาของบทความ
ส่วนนี้คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข่าวและประเด็นสำคัญในบทความนี้
EIP-8130 และ EIP-8141 คืออะไร?
EIP-8130 และ EIP-8141 เป็นข้อเสนอในการพัฒนาการจัดการบัญชี (Account Abstraction) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้การใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีง่ายขึ้น รวมถึงการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (Gasless Transactions) และการใช้รหัสผ่าน (Passkeys)
ทำไม Ethereum และ Base ยุติความร่วมมือ?
Ethereum และ Base ยุติความร่วมมือเนื่องจากความแตกต่างในเป้าหมาย ซึ่ง Ethereum ให้ความสำคัญกับการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่ Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
Ethereum ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง?
Ethereum ให้ความสำคัญกับการต้านการเซ็นเซอร์และการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดยืนที่เน้นการรักษาความเป็นอิสระและเสรีภาพในการทำธุรกรรม
Base ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง?
Base ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งเป็นจุดยืนที่เน้นการสร้างระบบที่สามารถรองรับการใช้งานในปริมาณมากและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการยุติความร่วมมือคืออะไร?
การยุติความร่วมมืออาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีบัญชีการจัดการในอนาคต ทั้งสองฝ่ายอาจต้องพัฒนาข้อเสนอของตนเองต่อไป โดยมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดมาตรฐานที่แตกต่างกันในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี
มีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอีกหรือไม่?
ยังคงมีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในอนาคตหากมีความต้องการที่จะสร้างมาตรฐานร่วมกัน
EIP-8130 และ EIP-8141 มีจุดมุ่งหมายอะไรบ้าง?
EIP-8130 และ EIP-8141 มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้การใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีง่ายขึ้น รวมถึงการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (Gasless Transactions) และการใช้รหัสผ่าน (Passkeys)
การต้านการเซ็นเซอร์คืออะไร?
การต้านการเซ็นเซอร์หมายถึงการสร้างระบบที่ไม่สามารถถูกควบคุมหรือเซ็นเซอร์ได้โดยบุคคลหรือองค์กรใดๆ ซึ่งเป็นจุดยืนที่เน้นการรักษาความเป็นอิสระและเสรีภาพในการทำธุรกรรม
การขยายขนาดคืออะไร?
การขยายขนาดหมายถึงการสร้างระบบที่สามารถรองรับการใช้งานในปริมาณมาก ซึ่งเป็นจุดยืนที่เน้นการสร้างระบบที่มีความยั่งยืนและสามารถใช้งานได้ในวงกว้าง
การปฏิบัติตามข้อกำหนดคืออะไร?
การปฏิบัติตามข้อกำหนดหมายถึงการสร้างระบบที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ซึ่งเป็นจุดยืนที่เน้นการสร้างระบบที่มีความน่าเชื่อถือและถูกต้องตามกฎหมาย
บทความที่เกี่ยวข้องบน Paykalken
- Bitcoin Price Takes a $3,215 Ride Just to Land Back at $77K
- พรรครีพับลิกันสหรัฐฯ เปิดตัวร่างกฎหมายคริปโตเวอร์ชันใหม่ก่อนการลงคะแนนเสียงสำคัญในสัปดาห์หน้า
- นักวิจัย AI ออกจาก OpenAI และ Anthropic ด้วยความกังวลต่อการแข่งขันพัฒนา AI
- UBS, Jane Street ถือครอง Hyperliquid ETF มูลค่ารวม 75 ล้านดอลลาร์: Bloomberg
- สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เตรียมขับเคลื่อนนวัตกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- https://animalverse.social/community/p/41803/
- https://animalverse.social/community/p/41795/
- https://animalverse.social/community/p/41792/
- https://animalverse.social/community/p/41777/
- https://animalverse.social/community/p/41759/
- https://paykalken.com
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

