Cover image for Empery Digital, Bitcoin Treasury, AI Investment

Empery Digital กับกลยุทธ์ Bitcoin Treasury และความเสี่ยงของบริษัทถือ Bitcoin

Cover image for Empery Digital, Bitcoin Treasury, AI Investment
Cover image for Empery Digital, Bitcoin Treasury, AI Investment.

ภาพรวมของ Empery Digital

โลโก้ Empery Digital
Empery Digital ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์สู่การถือ Bitcoin

Empery Digital เดิมชื่อ Volcon ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ได้เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยการระดมทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Bitcoin ในช่วงราคาวิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่องทำให้บริษัทต้องขาย Bitcoin ครึ่งพอร์ตที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน เพื่อเข้าสู่ธุรกิจ AI

ในกลางปี พ.ศ. 2568 บริษัท Volcon ได้แปลงร่างเป็น Empery Digital ด้วยการระดมทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin ในช่วงที่ราคาวิ่งขึ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่า 117,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ สะสมขึ้นไปกว่า 4,000 BTC ในช่วงที่ราคายังวิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 ราคา Bitcoin ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,198 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม จากนั้นราคาก็กลับหัวไหลลงต่อเนื่องหลายเดือน ทำให้พอร์ตที่ซื้อไว้แพงติดลบตาม

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เมื่อราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ ขาดทุนบนกระดาษของบริษัททะลุ 40 เปอร์เซ็นต์ ไทซ์ บราวน์ (Tice Brown) ผู้ถือหุ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ ส่งจดหมายเรียกร้องให้ซีอีโอและกรรมการทั้งชุดลาออก พร้อมบีบให้ขาย Bitcoin ทั้งหมด ตอนแรกบริษัทปฏิเสธ

ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 บริษัทประกาศทุ่มงบ 65 ล้านดอลลาร์เข้าถือหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties ที่กำลังซื้อโรงงานพลังงานสูงในสหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็นศูนย์ข้อมูล AI

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 บริษัทยื่นเอกสารต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เผยว่าทยอยขาย Bitcoin ไปแล้ว 1,400 BTC ตั้งแต่ 7 พฤษภาคม ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 ดอลลาร์ รวมราว 87.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,900 ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ 10 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือกันไว้ปิดดีล AI และค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ตอนนี้เหลือ Bitcoin 1,514 BTC พร้อมเงินสดราว 74 ล้านดอลลาร์

เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่บริษัทเดียว วันข่าวออก หุ้น EMPD ขยับขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ หลายคนอ่านว่านักลงทุนพอใจกับการเข้า AI แต่ภาพเต็มคือหุ้นตัวนี้ร่วงมาแล้วราว 82 เปอร์เซ็นต์นับจากวันเริ่มกลยุทธ์คลัง Bitcoin ในสัปดาห์เดียวกัน Strategy เจ้าของสถิติถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก เดิมชื่อ MicroStrategy ก็เพิ่งขายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ราว 216 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยราว 60,000 ดอลลาร์ ต่ำกว่าต้นทุนตัวเอง ขายขาดทุนเหมือนกัน เพื่อจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิที่ธุรกิจหลักทำเงินจ่ายไม่ไหว

ความเห็นต่อเรื่องนี้แตกเป็นสองฝั่ง ฝั่งมองบวก รวมถึงผู้บริหาร Empery เอง มองว่าการย้ายเงินจาก Bitcoin ผันผวน ไปลงศูนย์ข้อมูล AI ที่มีสัญญาเช่ายาว คือการกระจายความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล อีกฝั่งมองว่านี่คือการยอมรับกลายๆ ว่าโมเดลเดิมไปต่อไม่ไหว นักวิเคราะห์ Standard Chartered เคยเตือนว่าบริษัทกลุ่มนี้จะรอดได้ก็ต่อเมื่อราคาหุ้นยังสูงกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ พอส่วนต่างหาย การวิ่งเข้าหา AI ก็เป็นแค่เรื่องเล่าใหม่ไว้พยุงหุ้น

ดีล AI ของ Empery คาดปิดได้ในไตรมาสสามปีนี้ ส่วนราคา Bitcoin ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบครึ่ง เรื่องบริษัทคลังคริปโตรอบนี้ยังไม่จบ ติดตามกันต่อ แล้วคุณมองการเบนเข็มจาก Bitcoin เข้า AI ครั้งนี้ยังไง คือการปรับตัวที่ฉลาด หรือสัญญาณว่าฟองสบู่บริษัทคลังคริปโตกำลังแตก

กลยุทธ์ Bitcoin Treasury

แผนภูมิแสดงการซื้อ Bitcoin ของ Empery Digital
Empery Digital ทยอยซื้อ Bitcoin ในช่วงราคาวิ่งขึ้น แต่ต้องขายทิ้งที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน

กลยุทธ์ Bitcoin Treasury ของ Empery Digital เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางปี พ.ศ. 2568 หลังจากที่บริษัท Volcon ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แปลงร่างเป็น Empery Digital และระดมทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อไล่ซื้อ Bitcoin ที่ต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่า 117,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ สะสมขึ้นไปกว่า 4,000 BTC ในช่วงที่ราคายังวิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,198 ดอลลาร์ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 และเริ่มร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับการขาดทุนที่รุนแรง ราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขาดทุนบนกระดาษของบริษัททะลุ 40 เปอร์เซ็นต์

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น ไทซ์ บราวน์ (Tice Brown) ผู้ถือหุ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ ส่งจดหมายเรียกร้องให้ซีอีโอและกรรมการทั้งชุดลาออก พร้อมบีบให้ขาย Bitcoin ทั้งหมด ตอนแรกบริษัทปฏิเสธ แต่ภายใต้ความกดดันที่เพิ่มขึ้น บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์

ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทประกาศทุ่มงบ 65 ล้านดอลลาร์เข้าถือหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties ที่กำลังซื้อโรงงานพลังงานสูงในสหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็นศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งเป็นการเบนเข็มเข้าสู่ธุรกิจ AI ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัทยื่นเอกสารต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เผยว่าทยอยขาย Bitcoin ไปแล้ว 1,400 BTC ตั้งแต่ 7 พฤษภาคม ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 ดอลลาร์ รวมราว 87.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,900 ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ 10 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือกันไว้ปิดดีล AI และค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ตอนนี้เหลือ Bitcoin 1,514 BTC พร้อมเงินสดราว 74 ล้านดอลลาร์

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลให้หุ้น EMPD ขยับขึ้นมากนัก แต่ก็มีการตอบรับในทางบวกจากนักลงทุนบางส่วน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของหุ้นตัวนี้ร่วงมาแล้วราว 82 เปอร์เซ็นต์นับจากวันเริ่มกลยุทธ์คลัง Bitcoin ในสัปดาห์เดียวกัน

ความเห็นต่อเรื่องนี้แตกเป็นสองฝั่ง ฝั่งมองบวก รวมถึงผู้บริหาร Empery เอง มองว่าการย้ายเงินจาก Bitcoin ผันผวน ไปลงศูนย์ข้อมูล AI ที่มีสัญญาเช่ายาว คือการกระจายความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล อีกฝั่งมองว่านี่คือการยอมรับกลายๆ ว่าโมเดลเดิมไปต่อไม่ไหว นักวิเคราะห์ Standard Chartered เคยเตือนว่าบริษัทกลุ่มนี้จะรอดได้ก็ต่อเมื่อราคาหุ้นยังสูงกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ พอส่วนต่างหาย การวิ่งเข้าหา AI ก็เป็นแค่เรื่องเล่าใหม่ไว้พยุงหุ้น

ดีล AI ของ Empery คาดปิดได้ในไตรมาสสามปีนี้ ส่วนราคา Bitcoin ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบครึ่ง เรื่องบริษัทคลังคริปโตรอบนี้ยังไม่จบ ติดตามกันต่อ แล้วคุณมองการเบนเข็มจาก Bitcoin เข้า AI ครั้งนี้ยังไง คือการปรับตัวที่ฉลาด หรือสัญญาณว่าฟองสบู่บริษัทคลังคริปโตกำลังแตก

แรงกดดันจากผู้ถือหุ้น

ภาพแสดงแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นของ Empery Digital กดดันให้บริษัทขาย Bitcoin ที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน

เมื่อราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ ขาดทุนบนกระดาษของบริษัททะลุ 40 เปอร์เซ็นต์ ไทซ์ บราวน์ (Tice Brown) ผู้ถือหุ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ ส่งจดหมายเรียกร้องให้ซีอีโอและกรรมการทั้งชุดลาออก พร้อมบีบให้ขาย Bitcoin ทั้งหมด ตอนแรกบริษัทปฏิเสธ แต่ภายหลังต้องยอมขาย Bitcoin ครึ่งพอร์ต

แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ ทำให้ Empery Digital ขาดทุนบนกระดาษมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ไทซ์ บราวน์ (Tice Brown) ผู้ถือหุ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ ได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้ซีอีโอและกรรมการทั้งชุดลาออก พร้อมทั้งกดดันให้บริษัทขาย Bitcoin ทั้งหมด

จดหมายของไทซ์ บราวน์ ได้สร้างความตื่นตระหนกในหมู่ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ซึ่งเริ่มกังวลว่าการลงทุนใน Bitcoin ของ Empery Digital อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด บริษัทได้ตอบโต้ด้วยการปฏิเสธข้อเรียกร้องในเบื้องต้น แต่แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุด Empery Digital ต้องยอมขาย Bitcoin ครึ่งพอร์ตที่ราคาเฉลี่ย 62,200 ดอลลาร์ รวมมูลค่าประมาณ 87.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,900 ล้านบาท เพื่อใช้หนี้ 10 ล้านดอลลาร์ และใช้เงินส่วนที่เหลือในการเข้าสู่ธุรกิจ AI ผ่านการลงทุนในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties

การขาย Bitcoin ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อลดความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องนี้ ฝ่ายหนึ่งมองว่าการย้ายเงินจาก Bitcoin ไปลงทุนในธุรกิจ AI คือการกระจายความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล ขณะที่อีกฝ่ายมองว่านี่คือการยอมรับว่าโมเดลธุรกิจเดิมไม่สามารถยั่งยืนต่อไปได้

การตัดสินใจของ Empery Digital ยังส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัท ซึ่งร่วงลงราว 82 เปอร์เซ็นต์นับจากวันเริ่มกลยุทธ์คลัง Bitcoin แม้ว่าหุ้น EMPD จะขยับขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ข่าวออก แต่ภาพรวมยังคงเป็นการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

การเข้าสู่ธุรกิจ AI ของ Empery Digital ยังคงเป็นเรื่องที่น่าติดตาม ด้วยการลงทุน 65 ล้านดอลลาร์ในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties เพื่อแปลงโรงงานพลังงานสูงให้กลายเป็นศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งคาดว่าจะปิดดีลในไตรมาสสามของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอดูว่าการเบนเข็มครั้งนี้จะเป็นการปรับตัวที่ฉลาดหรือเป็นสัญญาณว่าฟองสบู่บริษัทคลังคริปโตกำลังแตก

การลงทุนใน AI

ภาพแสดงการลงทุนใน AI
Empery Digital ทุ่มงบ 65 ล้านดอลลาร์เข้าถือหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties เพื่อแปลงเป็นศูนย์ข้อมูล AI

การลงทุนใน AI ของ Empery Digital เป็นการปรับกลยุทธ์หลังจากที่บริษัทประสบความสูญเสียจากการถือ Bitcoin ในช่วงที่ราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง บริษัทได้ประกาศทุ่มงบ 65 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าถือหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties ซึ่งกำลังซื้อโรงงานพลังงานสูงในสหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็นศูนย์ข้อมูล AI

การลงทุนใน AI นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Empery Digital ทยอยขาย Bitcoin ไปแล้ว 1,400 BTC ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 ดอลลาร์ รวมมูลค่าราว 87.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยเงินที่ได้จากการขาย Bitcoin นี้ถูกนำไปใช้หนี้ 10 ล้านดอลลาร์ และกันไว้สำหรับการปิดดีล AI และค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

การย้ายเงินจาก Bitcoin ที่มีความผันผวนสูงไปลงในศูนย์ข้อมูล AI ที่มีสัญญาเช่ายาวเป็นการกระจายความเสี่ยงที่บริษัทมองว่าสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม ความเห็นต่อการปรับกลยุทธ์นี้ยังคงแตกต่างกัน ฝั่งที่มองบวกเชื่อว่าการย้ายเงินไปลงทุนใน AI เป็นการปรับตัวที่ฉลาด เพื่อลดความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ขณะที่ฝั่งที่มองลบมองว่าการนี้เป็นการยอมรับว่าโมเดลธุรกิจเดิมของบริษัทไม่สามารถยั่งยืนต่อไปได้อีกต่อไป

นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered เคยเตือนว่าบริษัทกลุ่มนี้จะรอดได้ก็ต่อเมื่อราคาหุ้นยังสูงกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ พอส่วนต่างหาย การวิ่งเข้าหา AI ก็เป็นแค่เรื่องเล่าใหม่ไว้พยุงหุ้น อย่างไรก็ตาม ดีล AI ของ Empery คาดว่าจะปิดได้ในไตรมาสสามของปีนี้ ขณะที่ราคา Bitcoin ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบครึ่ง

การปรับกลยุทธ์ของ Empery Digital สะท้อนถึงความท้าทายที่บริษัทคลังคริปโตกำลังเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ความกดดันจากผู้ถือหุ้น และความจำเป็นในการหาแหล่งรายได้ใหม่ที่มั่นคง การลงทุนใน AI อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว แต่ยังคงต้องติดตามผลลัพธ์ในอนาคตอย่างใกล้ชิด

การตอบรับของตลาด

การตอบรับของตลาดต่อการประกาศขาย Bitcoin และการเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ธุรกิจ AI ของ Empery Digital แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของตลาดการเงินในยุคดิจิทัล วันที่ประกาศการขาย Bitcoin และเข้าสู่ธุรกิจ AI หุ้น EMPD ขยับขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ภาพเต็มคือหุ้นตัวนี้ร่วงมาแล้วราว 82 เปอร์เซ็นต์นับจากวันเริ่มกลยุทธ์คลัง Bitcoin ในสัปดาห์เดียวกัน

การขยับขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ของหุ้น EMPD อาจถูกตีความว่านักลงทุนพอใจกับการเปลี่ยนทิศทางของบริษัท แต่เมื่อพิจารณาถึงการร่วงลงของหุ้นมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เริ่มกลยุทธ์ Bitcoin นั้น แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนในโมเดลธุรกิจเดิมของ Empery Digital ลดลงอย่างมาก

ไม่เพียงแค่ Empery Digital ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการจัดการกับการถือ Bitcoin ในช่วงที่ราคาวิ่งลง แต่ยังมีบริษัทอื่นๆ ในกลุ่ม Bitcoin Treasury ที่เผชิญกับปัญหาคล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่น MicroStrategy ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก ได้ขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ราว 216 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยราว 60,000 ดอลลาร์ ต่ำกว่าต้นทุนตัวเอง เพื่อจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิที่ธุรกิจหลักทำเงินจ่ายไม่ไหว

การขาย Bitcoin ของ MicroStrategy และ Empery Digital สะท้อนถึงความกดดันทางการเงินที่บริษัทเหล่านี้เผชิญอยู่ ทั้งจากความผันผวนของราคา Bitcoin และความคาดหวังของผู้ถือหุ้นที่ต้องการเห็นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความเห็นต่อเรื่องนี้แตกเป็นสองฝั่ง ฝั่งมองบวก รวมถึงผู้บริหาร Empery เอง มองว่าการย้ายเงินจาก Bitcoin ผันผวน ไปลงศูนย์ข้อมูล AI ที่มีสัญญาเช่ายาว คือการกระจายความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล อีกฝั่งมองว่านี่คือการยอมรับกลายๆ ว่าโมเดลเดิมไปต่อไม่ไหว นักวิเคราะห์ Standard Chartered เคยเตือนว่าบริษัทกลุ่มนี้จะรอดได้ก็ต่อเมื่อราคาหุ้นยังสูงกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ พอส่วนต่างหาย การวิ่งเข้าหา AI ก็เป็นแค่เรื่องเล่าใหม่ไว้พยุงหุ้น

ดีล AI ของ Empery คาดปิดได้ในไตรมาสสามปีนี้ ส่วนราคา Bitcoin ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบครึ่ง เรื่องบริษัทคลังคริปโตรอบนี้ยังไม่จบ ติดตามกันต่อ แล้วคุณมองการเบนเข็มจาก Bitcoin เข้า AI ครั้งนี้ยังไง คือการปรับตัวที่ฉลาด หรือสัญญาณว่าฟองสบู่บริษัทคลังคริปโตกำลังแตก

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงของ Empery Digital จากการถือ Bitcoin เป็นการย้ายไปสู่ธุรกิจ AI นั้น มีหลายปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจในทางนี้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้จากหลายมุมมอง

1. ความผันผวนของราคา Bitcoin

Empery Digital ซื้อ Bitcoin ตอนราคาสูงสุดที่ประมาณ 117,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ แต่ราคา Bitcoin ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงจุดที่บริษัทขาย Bitcoin ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทขาดทุนอย่างมาก ความผันผวนนี้ทำให้บริษัทต้องพิจารณาการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่น

2. ความกดดันจากผู้ถือหุ้น

เมื่อราคา Bitcoin ลดลง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เช่น ไทซ์ บราวน์ (Tice Brown) ซึ่งถือหุ้นประมาณ 10% ได้เรียกร้องให้ซีอีโอและกรรมการทั้งชุดลาออก และบีบให้ขาย Bitcoin ทั้งหมด ความกดดันนี้ทำให้บริษัทต้องพิจารณาการขาย Bitcoin เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ถือหุ้น

3. การลงทุนในธุรกิจ AI

บริษัทได้ประกาศลงทุน 65 ล้านดอลลาร์ในการถือหุ้น 25% ในกิจการร่วมทุนกับ Hunt Properties เพื่อแปลงโรงงานพลังงานสูงในสหรัฐฯ เป็นศูนย์ข้อมูล AI นี่เป็นการย้ายเงินจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงไปสู่ธุรกิจที่มีรายได้ที่มั่นคงและมีสัญญาเช่ายาว ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินของบริษัท

4. ความเห็นต่อการเปลี่ยนแปลง

ความเห็นต่อการเปลี่ยนแปลงนี้แตกเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่มองบวก รวมถึงผู้บริหาร Empery เอง มองว่าการย้ายเงินจาก Bitcoin ผันผวน ไปลงศูนย์ข้อมูล AI ที่มีสัญญาเช่ายาว คือการกระจายความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล อีกฝั่งมองว่านี่คือการยอมรับกลายๆ ว่าโมเดลเดิมไปต่อไม่ไหว นักวิเคราะห์ Standard Chartered เคยเตือนว่าบริษัทกลุ่มนี้จะรอดได้ก็ต่อเมื่อราคาหุ้นยังสูงกว่ามูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ พอส่วนต่างหาย การวิ่งเข้าหา AI ก็เป็นแค่เรื่องเล่าใหม่ไว้พยุงหุ้น

ดีล AI ของ Empery คาดว่าจะปิดได้ในไตรมาสสามปีนี้ ส่วนราคา Bitcoin ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบครึ่ง เรื่องบริษัทคลังคริปโตรอบนี้ยังไม่จบ ติดตามกันต่อ แล้วคุณมองการเบนเข็มจาก Bitcoin เข้า AI ครั้งนี้ยังไง คือการปรับตัวที่ฉลาด หรือสัญญาณว่าฟองสบู่บริษัทคลังคริปโตกำลังแตก

FAQ เนื้อหาของบทความ

ส่วนนี้คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข่าวและประเด็นสำคัญในบทความนี้

Empery Digital คือบริษัทอะไร?

Empery Digital เดิมชื่อ Volcon ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ได้เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยการระดมทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Bitcoin

ทำไม Empery Digital ซื้อ Bitcoin?

Empery Digital ซื้อ Bitcoin ในช่วงราคาวิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์หลักในการลงทุนและเพิ่มมูลค่าของบริษัท

ราคา Bitcoin ที่ Empery Digital ซื้อเฉลี่ยเท่าไร?

Empery Digital ซื้อ Bitcoin ต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่า 117,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ทำไม Empery Digital ต้องขาย Bitcoin?

Empery Digital ต้องขาย Bitcoin ครึ่งพอร์ตที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน เนื่องจากแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นและราคา Bitcoin ที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง

Empery Digital ขาย Bitcoin ไปเท่าไร?

Empery Digital ขาย Bitcoin ไปแล้ว 1,400 BTC ตั้งแต่ 7 พฤษภาคม ที่ราคาเฉลี่ย 62,200 ดอลลาร์ รวมราว 87.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,900 ล้านบาท

Empery Digital ใช้เงินจากการขาย Bitcoin ไปทำอะไร?

เงินจากการขาย Bitcoin ถูกใช้ไปในการใช้หนี้ 10 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือกันไว้ปิดดีล AI และค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

ทำไม Empery Digital เลือกลงทุนใน AI?

Empery Digital เลือกลงทุนใน AI เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาเช่ายาว

การลงทุนใน AI ของ Empery Digital มีความเสี่ยงอย่างไร?

การลงทุนใน AI มีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

หุ้น EMPD มีการตอบรับอย่างไรต่อการขาย Bitcoin และเข้าสู่ธุรกิจ AI?

หุ้น EMPD ขยับขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ หลังจากประกาศการขาย Bitcoin และเข้าสู่ธุรกิจ AI อย่างไรก็ตาม ภาพเต็มคือหุ้นตัวนี้ร่วงมาแล้วราว 82 เปอร์เซ็นต์นับจากวันเริ่มกลยุทธ์คลัง Bitcoin

ทำไม MicroStrategy ขาย Bitcoin ที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน?

MicroStrategy ขาย Bitcoin ที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน เพื่อจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิที่ธุรกิจหลักทำเงินจ่ายไม่ไหว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

Leave a Comment

Dany Williams

Dany Williams

Typically replies within an hour

I will be back soon

Dany Williams
Hey there 👋
It’s your friend Dany Williams. How can I help you?
Messenger