
ภาพรวมของสถานการณ์

สถานการณ์การฟ้องร้องรัฐอิลลินอยส์โดย The Digital Chamber (TDC) เกี่ยวกับภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027 ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการคริปโตเคอร์เรนซี ภาษีนี้ถูกกำหนดขึ้นโดยรัฐบาลอิลลินอยส์ผ่านกฎหมาย Digital Asset Tax Act ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการงบประมาณประจำปีการเงิน 2027 (FY2027) ที่ได้รับการลงนามโดยผู้ว่าการ JB Pritzker
TDC ซึ่งเป็นสมาคมการค้าคริปโตที่มีสมาชิกกว่า 250 รายทั่วโลก รวมถึงบริษัทชั้นนำเช่น Anchorage Digital, Chainlink Labs และ ICE ผู้ครอบครองตลาดหุ้นนิวยอร์ก ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลวงจรในอิลลินอยส์ โดยกล่าวหาว่ารัฐอิลลินอยส์เลือกปฏิบัติต่อคริปโตอย่างไม่เป็นธรรม ผ่านการกำหนดภาษีที่แตกต่างจากทรัพย์สินทางการเงินอื่นๆ ที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน
Cody Carbone ซีอีโอของ TDC ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า “วันนี้เราขอให้ศาลปกป้องผู้บริโภคและสมาชิกของเรา และหยุดการเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมในรัฐอิลลินอยส์” เขายังเสริมว่า “ภาษีควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่เพียงแค่สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึงความยุติธรรมของผู้ที่ถูกเก็บภาษีด้วย ซึ่งในกรณีนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวถูกแทรกเข้าไปในกฎหมายในคืนก่อนการพิจารณาสุดท้ายของร่างกฎหมาย”
ในคำร้องที่มีความยาว 32 หน้า TDC ยืนยันว่าพวกเขาไม่ต้องการการปฏิบัติพิเศษ แต่ต้องการการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันสำหรับทรัพย์สินทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะบันทึก การโอน หรือการตกลงผ่านเทคโนโลยีใดก็ตาม “ถ้ารัฐอิลลินอยส์สามารถกำหนดภาษีการทำธุรกรรมพิเศษสำหรับการค้าผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน รัฐอื่นๆ ก็สามารถกำหนดภาษีคล้ายคลึงกันสำหรับการค้าผ่านระบบการชำระเงินที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการชำระเงินบนคลาวด์ หรือรูปแบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตใดๆ ขณะที่ยังคงปล่อยให้การทำธุรกรรมที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกันผ่านเทคโนโลยีเก่าไม่ถูกเก็บภาษี” TDC กล่าวในคำร้อง
นอกจากนี้ TDC ยังขอให้ศาลประกาศว่ากฎหมายใหม่ของรัฐอิลลินอยส์เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ และขอให้ศาลให้ความช่วยเหลือ
ที่ระดับรัฐบาลกลาง Michael Selig สมาชิกคณะกรรมการการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Futures Trading Commission) ได้แสดงความไม่พอใจต่อรัฐอิลลินอยส์เกี่ยวกับภาษีใหม่นี้ โดยกล่าวว่าผู้ทำกฎหมายในรัฐนี้ได้ “หยุดยั้งการพัฒนาทางเทคโนโลยี”
พื้นหลังของภาษีการทำธุรกรรมคริปโต

พื้นหลังของภาษีการทำธุรกรรมคริปโตในรัฐอิลลินอยส์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ว่าการรัฐ JB Pritzker ลงนามในกฎหมาย Digital Asset Tax Act ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณประจำปี 2027 ของรัฐ กฎหมายนี้กำหนดให้มีการเก็บภาษี 0.2% จากรายการการทำธุรกรรมคริปโตทุกประเภท ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027
การประกาศภาษีนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากวงการคริปโต โดยถูกเรียกว่าเป็นภาษีที่รุนแรงที่สุดในประเทศ สมาคมการค้าคริปโต The Digital Chamber (TDC) ได้ยื่นฟ้องรัฐอิลลินอยส์ในศาลวงจรของรัฐ โดยกล่าวหาว่ารัฐได้เลือกปฏิบัติต่อคริปโตในทางที่ไม่ยุติธรรม โดยการเก็บภาษีจากเทคโนโลยีคริปโตโดยเฉพาะ
ในคำร้องเรียน 32 หน้า TDC ระบุว่าพวกเขาไม่ต้องการการปฏิบัติพิเศษ แต่ต้องการความเท่าเทียมในการปฏิบัติต่อทรัพย์สินที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะบันทึก การโอน หรือการตกลงผ่านเทคโนโลยีใดก็ตาม พวกเขาอ้างว่าหากรัฐอิลลินอยส์สามารถเก็บภาษีการทำธุรกรรมผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ รัฐอื่น ๆ ก็อาจทำเช่นเดียวกันกับการทำธุรกรรมผ่านระบบการชำระเงินที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ระบบการชำระเงินบนคลาวด์ หรือเทคโนโลยีการค้าอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบอื่น ๆ ในขณะที่การทำธุรกรรมที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเท่าเทียมกันผ่านเทคโนโลยีเก่าไม่ถูกเก็บภาษี
TDC ยังได้ขอให้ศาลประกาศให้กฎหมายใหม่ของรัฐอิลลินอยส์เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากละเมิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา และขอให้ศาลให้ความช่วยเหลือตามที่เหมาะสม
ที่ระดับรัฐบาลกลาง ไมเคิล เซลิก กรรมการของคณะกรรมการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (CFTC) ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐอิลลินอยส์เกี่ยวกับภาษีใหม่นี้ โดยกล่าวว่าผู้ทำกฎหมายของรัฐได้ “หยุดยั้งการพัฒนาเทคโนโลยี” ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและนวัตกรรมในวงการคริปโต
การดำเนินการทางกฎหมาย

The Digital Chamber ได้ยื่นคำร้องต่อศาลวงจรในอิลลินอยส์ โดยกล่าวหาว่ารัฐเลือกปฏิบัติต่อคริปโตอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ สมาคมการค้าคริปโตได้ยื่นคำร้อง 32 หน้า โดยเรียกร้องให้ศาลประกาศว่ากฎหมายภาษีใหม่นี้เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้
การดำเนินการทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจาก The Digital Chamber (TDC) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลวงจรในอิลลินอยส์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่ารัฐอิลลินอยส์ได้เลือกปฏิบัติต่อทรัพย์สินดิจิทัลในทางที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
ตามที่ CEO ของ TDC คือ Cody Carbone กล่าวในแถลงการณ์ว่า “วันนี้เราขอให้ศาลปกป้องผู้บริโภคและสมาชิกของเรา และหยุดภาษีที่ไม่เป็นธรรมในอิลลินอยส์” เขายังเสริมว่า “ภาษีควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่เพียงแค่ในแง่ของรายได้ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึงความเป็นธรรมของผู้ที่ถูกเก็บภาษีด้วย ซึ่งในกรณีนี้ การกำหนดภาษีนี้ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากข้อกำหนดนี้ถูกแทรกเข้าไปในกฎหมายในคืนก่อนการพิจารณาสุดท้ายของร่างกฎหมาย”
กฎหมายภาษีทรัพย์สินดิจิทัล (Digital Asset Tax Act) ได้รับการลงนามโดยผู้ว่าการรัฐ JB Pritzker เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนงบประมาณประจำปีการเงิน 2027 ของรัฐอิลลินอยส์ ภาษีนี้มีกำหนดเริ่มบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027 โดยกำหนดให้มีการเก็บภาษี 0.2% สำหรับการทำธุรกรรมดิจิทัลทุกประเภท
อุตสาหกรรมคริปโตได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อมาตรการนี้ โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นภาษีที่เข้มงวดที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ
TDC มีสมาชิกมากกว่า 250 รายทั่วโลก รวมถึงบริษัทชั้นนำเช่น Anchorage Digital, Chainlink Labs และ ICE ผู้ครอบครองตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก
ในคำร้อง 32 หน้า TDC ยืนยันว่าไม่ได้ขอการปฏิบัติพิเศษ แต่ต้องการให้มีการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันสำหรับทรัพย์สินที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเหมือนกัน ไม่ว่าจะบันทึก โอน หรือตกลงผ่านเทคโนโลยีใด
TDC ยังกล่าวว่าหากอิลลินอยส์สามารถกำหนดภาษีการทำธุรกรรมพิเศษสำหรับการค้าผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน รัฐอื่น ๆ ก็อาจกำหนดภาษีที่คล้ายคลึงกันสำหรับการค้าผ่านระบบการชำระเงินที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการชำระเงินบนคลาวด์ หรือรูปแบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต ขณะที่การทำธุรกรรมที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเหมือนกันแต่ใช้เทคโนโลยีเก่าจะไม่ถูกเก็บภาษี
TDC ได้ขอให้ศาลประกาศว่ากฎหมายภาษีใหม่ของอิลลินอยส์เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ และขอให้ศาลให้ความช่วยเหลือ
ในระดับรัฐบาลกลาง Michael Selig ประธานคณะกรรมการการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า (Commodity Futures Trading Commission) ได้แสดงความไม่พอใจต่อภาษีใหม่ของอิลลินอยส์ โดยกล่าวว่ากฎหมายนี้ได้ “หยุดยั้งการพัฒนาทางเทคโนโลยี”
ความคิดเห็นของวงการคริปโต

วงการคริปโตได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการกำหนดภาษีนี้ โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าภาษีนี้เป็นการเลือกปฏิบัติทางเทคโนโลยีและอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้กฎหมายนี้ในทางปฏิบัติ
การฟ้องร้องของ The Digital Chamber (TDC) ต่อรัฐอิลลินอยส์นั้นเป็นการตอบสนองต่อการผ่านกฎหมายที่กำหนดภาษี 0.2% สำหรับการทำธุรกรรมดิจิทัลแอสเซ็ท ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027 ตามที่ระบุในคำฟ้องของ TDC องค์กรนี้ต้องการให้ศาลประกาศว่ากฎหมายใหม่ของอิลลินอยส์เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากกฎหมายนี้ละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
Cody Carbone ซีอีโอของ TDC กล่าวว่า “วันนี้เราขอให้ศาลปกป้องผู้บริโภคและสมาชิกของเรา และหยุดภาษีที่ไม่เป็นธรรมในรัฐอิลลินอยส์” เขายังเสริมว่าภาษีควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่เพียงแค่เพื่อรายได้ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึงความเป็นธรรมของผู้ที่ถูกเก็บภาษีด้วย “ในกรณีนี้ มาตรการดังกล่าวถูกแทรกเข้าไปในร่างกฎหมายในคืนก่อนการพิจารณาสุดท้ายของร่างกฎหมาย” Carbone กล่าว
นอกจากนี้ วงการคริปโตยังแสดงความกังวลว่าการกำหนดภาษีนี้อาจเป็นตัวอย่างที่รัฐอื่น ๆ อาจตามอย่าง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาษีที่คล้ายคลึงกันสำหรับการทำธุรกรรมผ่านเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ระบบการชำระเงินที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเครือข่ายการชำระเงินบนคลาวด์ “หากอิลลินอยส์สามารถกำหนดภาษีการทำธุรกรรมพิเศษเนื่องจากธุรกรรมเกิดขึ้นผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน รัฐอื่น ๆ ก็สามารถกำหนดภาษีที่คล้ายคลึงกันสำหรับการทำธุรกรรมผ่านระบบการชำระเงินที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเครือข่ายการชำระเงินบนคลาวด์ หรือรูปแบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต ขณะที่การทำธุรกรรมที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเหมือนกันแต่ใช้เทคโนโลยีเก่าไม่ถูกเก็บภาษี” TDC ระบุในคำฟ้อง
Commodity Futures Trading Commission (CFTC) อย่าง Michael Selig ยังได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับภาษีใหม่นี้ โดยกล่าวว่ารัฐบาลอิลลินอยส์ได้ “หยุดยั้งการพัฒนาเทคโนโลยี” ด้วยการกำหนดภาษีนี้
การตอบสนองของวงการคริปโตต่อภาษีใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเทคโนโลยีและการบังคับใช้กฎหมายที่อาจไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าภาษีนี้อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและนวัตกรรมในวงการคริปโตและเทคโนโลยีบล็อกเชนในระยะยาว
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หากกฎหมายภาษีนี้ถูกบังคับใช้ อาจมีผลกระทบต่อรัฐอื่นๆ ที่อาจพิจารณากำหนดภาษีคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอื่นๆ ในอนาคต The Digital Chamber ย้ำว่าภาษีนี้ไม่เป็นธรรมและควรให้การรักษาที่เท่าเทียมกันสำหรับทรัพย์สินที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน
การที่รัฐอิลลินอยส์กำหนดภาษี 0.2% สำหรับการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี อาจเป็นการตั้งบรรทัดฐานที่ไม่ดีสำหรับรัฐอื่นๆ ที่อาจพิจารณาดำเนินการคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในระยะยาว
การที่รัฐอิลลินอยส์กำหนดภาษีเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี อาจทำให้ผู้ใช้และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี เลือกย้ายไปยังรัฐที่มีนโยบายภาษีที่เป็นมิตรมากกว่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของรัฐอิลลินอยส์ในระยะยาว
นอกจากนี้ การกำหนดภาษีเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี อาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการเสียภาษีระหว่างคริปโตเคอร์เรนซีกับทรัพย์สินประเภทอื่นๆ ที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการบังคับใช้ภาษีที่ซับซ้อน
The Digital Chamber ย้ำว่าภาษีนี้ไม่เป็นธรรมและควรให้การรักษาที่เท่าเทียมกันสำหรับทรัพย์สินที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งหมายความว่าหากการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี จะต้องเสียภาษี ทรัพย์สินประเภทอื่นๆ ที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน เช่น การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดิจิทัลหรือการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ควรต้องเสียภาษีในอัตราที่เท่าเทียมกัน
การที่รัฐอิลลินอยส์กำหนดภาษีเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในระยะยาว ซึ่งอาจทำให้รัฐอิลลินอยส์เสียเปรียบในการแข่งขันกับรัฐอื่นๆ ที่มีนโยบายภาษีที่เป็นมิตรกับคริปโตเคอร์เรนซี
นอกจากนี้ การกำหนดภาษีเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี อาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายและการบังคับใช้ภาษีที่ซับซ้อน ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี เลือกย้ายไปยังรัฐที่มีนโยบายภาษีที่เป็นมิตรมากกว่า
การที่รัฐอิลลินอยส์กำหนดภาษีเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซี อาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการเสียภาษีระหว่างคริปโตเคอร์เรนซีกับทรัพย์สินประเภทอื่นๆ ที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการบังคับใช้ภาษีที่ซับซ้อน
ดังนั้น การที่ The Digital Chamber ยื่นฟ้องรัฐอิลลินอยส์ในศาล เพื่อขอให้ศาลประกาศว่ากฎหมายภาษีนี้เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้ อาจเป็นการปกป้องสิทธิของผู้ใช้และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี และส่งเสริมการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในระยะยาว
FAQ เนื้อหาของบทความ
ส่วนนี้คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข่าวและประเด็นสำคัญในบทความนี้
อะไรคือภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% ที่รัฐอิลลินอยส์กำหนด?
ภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% คือภาษีที่รัฐอิลลินอยส์กำหนดสำหรับการทำธุรกรรมคริปโต ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027
ทำไม The Digital Chamber จึงฟ้องร้องรัฐอิลลินอยส์?
The Digital Chamber ฟ้องร้องรัฐอิลลินอยส์เนื่องจากเห็นว่าภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% เป็นการเลือกปฏิบัติทางเทคโนโลยีและละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
ผลกระทบของภาษีนี้ต่อวงการคริปโตคืออะไร?
ภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% อาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมคริปโตในรัฐอิลลินอยส์และอาจทำให้ผู้ใช้คริปโตย้ายไปยังรัฐอื่นที่ไม่มีภาษีนี้
กฎหมายภาษีนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่?
กฎหมายภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027
The Digital Chamber มีสมาชิกอะไรบ้าง?
The Digital Chamber มีสมาชิกกว่า 250 รายทั่วโลก รวมถึงบริษัทชั้นนำเช่น Anchorage Digital, Chainlink Labs และ ICE ผู้ครอบครองตลาดหุ้นนิวยอร์ก
วงการคริปโตมีความคิดเห็นอย่างไรต่อภาษีนี้?
วงการคริปโตวิพากษ์วิจารณ์ภาษีนี้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติทางเทคโนโลยีและอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต
กฎหมายภาษีนี้จะมีผลกระทบต่อรัฐอื่นๆ อย่างไร?
หากกฎหมายภาษีนี้ถูกบังคับใช้ อาจมีผลกระทบต่อรัฐอื่นๆ ที่อาจพิจารณากำหนดภาษีคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอื่นๆ ในอนาคต
The Digital Chamber ต้องการอะไรจากศาล?
The Digital Chamber ต้องการให้ศาลประกาศว่ากฎหมายภาษีใหม่นี้เป็นโมฆะและไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
ใครคือผู้ว่าการรัฐ JB Pritzker?
ผู้ว่าการรัฐ JB Pritzker คือผู้ลงนามในกฎหมายภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณประจำปี 2027 ของรัฐอิลลินอยส์
กฎหมายภาษีนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างไร?
กฎหมายภาษีการทำธุรกรรมคริปโต 0.2% ถูกกำหนดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณประจำปี 2027 ของรัฐอิลลินอยส์ และได้รับการลงนามโดยผู้ว่าการรัฐ JB Pritzker
บทความที่เกี่ยวข้องบน Paykalken
- JUST IN: Hunter Biden อ้างว่ามี “กลุ่มมาเฟียเกย์ที่ซ่อนตัว” ของพรรครีพับลิกันในวอชิงตัน
- สหรัฐฯ กับ CLARITY Act: สภาคองเกรสจะไม่ทันก่อนพักเบรกเดือนสิงหาคม
- Hyperliquid เปิดตลาด HIP-4 สำหรับการเปิดใช้งานแบบไม่ต้องขออนุญาต
- Hyperliquid เปิดตัว HIP-4 Outcome Markets แบบไม่ต้องขออนุญาต
- Bank of America แต่งตั้งผู้บริหารใหม่เพื่อนำและขยายธุรกิจดิจิทัลและ AI
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- https://animalverse.social/community/p/38710/
- https://animalverse.social/community/p/38707/
- https://animalverse.social/community/p/38686/
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

